เจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ ร้าวไปถึงคอ... แค่เมื่อยหรือเอ็นอักเสบกันแน่?

 



เจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ ร้าวไปถึงคอ... แค่เมื่อยหรือเอ็นอักเสบกันแน่?

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ เคสของคุณคล้ายกับ "ป้านวล" (นามสมมติ) อายุ 50 ปี อาชีพกรีดยางเหมือนกัน ป้านวลมาหาหมอด้วยอาการเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่เวลาเอื้อมมือไปข้างหลัง หรือเวลาชูแขนสูงๆ พอกรีดยางหน้าสูงไม่ได้ก็ฝืนทำ จนสุดท้ายลามไปปวดต้นคอและชาลงแขน ป้านวลพยายามนวดและทายาร้อนไปหลายกระปุก แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น แถมยิ่งทายาร้อน ผิวหนังยังเริ่มระคายเคือง แต่อาการปวดข้างในกระดูกกลับยังอยู่เหมือนเดิม

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะหัวไหล่ของเราประกอบด้วยเส้นเอ็นเล็กๆ หลายเส้นที่ทำหน้าที่ช่วยประคองข้อต่อเปรียบเสมือน "สายพาน" ที่ช่วยดึงให้แขนขยับได้ เมื่อเราใช้งานหนักซ้ำๆ โดยเฉพาะการยกแขนสูงเกินหัวเพื่อกรีดยางหน้าสูง สายพานเส้นนี้จะถูกกดทับกับกระดูกหัวไหล่จนเกิดการถลอกและอักเสบขึ้นมาครับ


ทำความรู้จักกับ "โรคเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ" (Rotator Cuff Tendonitis)

โรคที่คุณเป็นอยู่ทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendonitis) ครับ โรคนี้เกิดจากการที่เส้นเอ็นที่อยู่ล้อมรอบข้อไหล่เกิดการล้า อักเสบ หรืออาจจะมีรอยฉีกขาดเล็กๆ เนื่องจากการใช้งานที่ต้องยกแขนสูงซ้ำๆ นานหลายปี

เมื่อเอ็นอักเสบ ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมตัวเองจนบางครั้งเกิดเป็นหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น หรือทำให้น้ำในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้เวลาขยับแขนจะมีเสียง "กร็อบแกร็บ" เหมือนบานพับประตูที่ขาดน้ำมันหล่อลื่นนั่นเองครับ ส่วนอาการปวดที่ร้าวขึ้นคอ มักเกิดจากกล้ามเนื้อบ่าและคอต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อช่วยพยุงหัวไหล่ที่เจ็บอยู่นั่นเอง


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ชาวสวนยางปวดไหล่

  • การยกแขนสูงเกินระดับหัว: โดยเฉพาะการกรีดยางหน้าสูง ทำให้เอ็นหัวไหล่ถูกเบียดกดทับ

  • การขยับซ้ำๆ ท่าเดิม: การกรีดหน้านึงนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อและเอ็นล้าสะสม

  • อายุที่มากขึ้น: ทำให้ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นลดลงตามธรรมชาติ

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: ร่างกายไม่มีเวลาซ่อมแซมเส้นเอ็นที่สึกหรอ

  • พฤติกรรมการนวดคลึงแรงๆ: การไปบีบนวดบริเวณที่อักเสบจี๊ดๆ อาจทำให้เส้นเอ็นฉีกขาดเพิ่มขึ้นได้


การตรวจวินิจฉัยที่คุณไม่ต้องกังวล

หมอเข้าใจว่าคุณกลัวหมอและกลัวโรงพยาบาล แต่จริงๆ แล้วการตรวจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ

  1. การตรวจร่างกาย: หมอจะให้คุณลองขยับแขนในท่าต่างๆ เพื่อดูว่าจุดไหนที่เจ็บที่สุด

  2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือหินปูนไปเกาะที่ข้อไหล่หรือไม่

  3. การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นเส้นเอ็นได้เลยว่าอักเสบตรงไหน หรือมีรอยฉีกขาดหรือไม่ โดยไม่ต้องฉีดสีหรือเข้าอุโมงค์ที่น่ากลัว

  4. MRI: จะทำในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นฉีกขาดรุนแรงและต้องการความแม่นยำสูงสุดก่อนวางแผนรักษา


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้

คนไข้ส่วนใหญ่กว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยเริ่มจาก:

  1. ปรับพฤติกรรม: การหยุดกรีดยางมา 2 เดือนเป็นเรื่องดีครับ แต่ต้องระวังท่าทางในชีวิตประจำวันด้วย เช่น ไม่นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เจ็บ ไม่เอื้อมหยิบของหลังรถ

  2. กายภาพบำบัด: การยืดเส้นเอ็นเบาๆ (ตามคำแนะนำของหมอ) จะช่วยลดอาการติดขัดและเสียงกร็อบแกร็บได้

  3. การใช้ยา: การกินยาแก้ปวดลดอักเสบในช่วงที่เจ็บจี๊ดๆ จะช่วยตัดวงจรการอักเสบได้ดีกว่าการทายาร้อนเพียงอย่างเดียว

  4. การฉีดยาลดอักเสบ: หากกินยาไม่หาย หมออาจใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดที่มีปัญหาโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและเห็นผลเร็วครับ

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะเมื่อเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผลจริงๆ เท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: จะหายไหม?

โรคนี้ "หายได้" ครับ แต่ต้องใช้เวลา เนื่องจากเส้นเอ็นเป็นส่วนที่เลือดไปเลี้ยงน้อย การซ่อมแซมจึงช้ากว่ากล้ามเนื้อ ปกติอาจใช้เวลา 3–6 เดือนในการฟื้นฟู และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากกลับไปทำงานท่าเดิมโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยไว้และฝืนใช้งานต่อ หรือพยายามรักษาเองด้วยการนวดแรงๆ อาจเกิดปัญหาตามมาได้แก่:

  • ไหล่ติด: จะยกแขนไม่ขึ้นเลย แม้แต่จะสระผมหรือใส่เสื้อผ้าก็ลำบาก

  • เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดถาวร: จนทำให้แขนอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น

  • ปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน


5 วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • ประคบเย็นเมื่อเจ็บจี๊ด: หากรู้สึกปวดแหลมๆ ให้ใช้เจลเย็นประคบ 15 นาที เพื่อลดอักเสบ (เลิกทายาร้อนเยอะๆ เพราะอาจทำให้ผิวไหม้และอักเสบข้างในมากขึ้น)

  • หลีกเลี่ยงการยกแขนสูง: หากต้องทำงาน ให้ใช้เก้าอี้เสริมหรือบันไดเพื่อไม่ต้องเอื้อมสุดตัว

  • บริหารไหล่เบาๆ: ท่าลูกตุ้ม (Pendulum exercise) ก้มตัวลงแล้วแกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ เบาๆ เพื่อไม่ให้ไหล่ติด

  • พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้เต็มที่

  • สังเกตอาการ: ถ้ามีอาการอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้นเลย หรือปวดจนนอนไม่ได้ ควรพบแพทย์ทันทีครับ


Q&A ตอบคำถามที่คุณสงสัย

Q: ทาน้ำมันหรือยาม่องได้ไหม? A: ทาได้เพื่อบรรเทาความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อภายนอกครับ แต่ยาม่องหรือน้ำมันมวยที่มีฤทธิ์ร้อนจัด ไม่ได้ช่วยรักษาเอ็นที่อักเสบข้างใน และถ้าทาเยอะเกินไปอาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้ครับ

Q: เสียงกร็อบแกร็บที่หัวไหล่อันตรายไหม? A: ถ้ามีแต่เสียงแต่ไม่ปวด อาจเป็นแค่แก๊สในข้อหรือเส้นเอ็นดีดตัว แต่ถ้า "มีเสียงพร้อมกับเจ็บจี๊ด" แสดงว่ามีการเสียดสีของเส้นเอ็นกับกระดูก ซึ่งควรให้หมอตรวจดูครับ

Q: ทำไมหยุดพักตั้ง 2 เดือนแล้วยังเจ็บ? A: เพราะการอักเสบของเส้นเอ็นไม่ได้หายไปเองเพียงแค่การพักครับ หากยังมีพังผืดหรือหินปูนเกาะอยู่ หรือกล้ามเนื้อรอบไหล่ยังอ่อนแรง อาการปวดก็สามารถคงอยู่ยาวนานได้ครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. อาการเจ็บจี๊ดร้าวไปคอในคนกรีดยาง มักเกิดจากเอ็นหัวไหล่อักเสบจากการยกแขนสูงซ้ำๆ

  2. การทายาร้อนหรือน้ำมันมวยช่วยบรรเทาภายนอก แต่ไม่ได้รักษาการอักเสบของเส้นเอ็นโดยตรง

  3. เสียงกร็อบแกร็บในข้อไหล่ คือสัญญาณของการเสียดสีที่อาจนำไปสู่ภาวะไหล่ติด

  4. การพักเป็นเรื่องดี แต่ควรได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องเพื่อรับยาหรือทำกายภาพบำบัดอย่างถูกจุด

  5. การรักษาในปัจจุบันมีเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ช่วยให้การรักษาง่ายและแม่นยำ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เจ็บไหล่ #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #ชาวสวนยาง #กรีดยาง #ไหล่ติด #ชามือ #ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuff #OccupationalHazard #Orthopedics #HealthCare

References

  1. Hsu J, Keener JD. Natural History of Rotator Cuff Disease and Indications for Surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2015;24(2):311-318. (อธิบายเกี่ยวกับธรรมชาติของโรคเอ็นหัวไหล่และแนวทางการเลือกรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด)

  2. Varacallo M, El Bitar Y, Mair SD. Rotator Cuff Tendonitis. [Updated 2023 Sep 4]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024. (ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสาเหตุ การเกิดโรค และอาการของโรคเอ็นหัวไหล่อักเสบที่สอดคล้องกับอาชีพที่ต้องใช้แรงงาน)

  3. Lin MT, Chiang AS, Wu CH, et al. Comparative Effectiveness of Injection Therapies for Rotator Cuff Tendinopathy: A Systematic Review and Network Meta-analysis of Randomized Controlled Trials. Arch Phys Med Rehabil. 2019;100(2):336-349. (การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการฉีดยารักษาเอ็นหัวไหล่อักเสบด้วยเทคโนโลยีต่างๆ)

  4. Luime JJ, Koes BW, Hendriksen IJ, et al. Prevalence and incidence of shoulder pain in the general population; a systematic review. Scand J Rheumatol. 2004;33(2):73-81. (การศึกษาความชุกของอาการปวดไหล่ในกลุ่มประชากรที่ต้องทำงานหนักและใช้แขนซ้ำๆ)

  5. Kuhn JE. Exercise in the treatment of rotator cuff impingement: a systematic review and a synthesized evidence-based rehabilitation protocol. J Shoulder Elbow Surg. 2009;18(1):138-160. (การรวบรวมหลักฐานว่าการทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายช่วยรักษาเอ็นหัวไหล่ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด)

Comments

Popular posts from this blog

ก่อนจะควักเงินพันซื้อ "คอลลาเจนบำรุงข้อ" อ่านโพสต์นี้ก่อน! มันดีจริงไหม? หรือแค่โฆษณาชวนเชื่อ? เทียบกันหมัดต่อหมัดระหว่าง "รุ่นเก๋า" (กลูโคซามีน) vs "รุ่นใหม่" (คอลลาเจน)

กินยาแก้ปวดเส้นประสาทนานๆ เสี่ยงอัลไซเมอร์จริงไหม? คลายข้อสงสัยเรื่อง Gabapentin

ฉีดสเตียรอยด์แล้วสะอึกไม่หยุด" เรื่องแปลกที่เจอจริง แต่หลายคนไม่กล้าบอกหมอ!