ฉีดยาสเตียรอยด์แล้ว "สะอึกไม่หยุด"... ผลข้างเคียงแปลก ๆ ที่ทำเอาว้าวุ่นใจทั้งคนไข้และหมอ

 



ฉีดยาสเตียรอยด์แล้ว "สะอึกไม่หยุด"... ผลข้างเคียงแปลก ๆ ที่ทำเอาว้าวุ่นใจทั้งคนไข้และหมอ

"หมอครับ หลังจากฉีดยาแก้ปวดข้อไปเมื่อวาน ทำไมผมสะอึกไม่หยุดเลย กินน้ำก็ไม่หาย นอนก็ไม่หลับ มันเกี่ยวกับการฉีดยาไหมครับ?"

นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยพอสมควรครับ หลายคนอาจจะงงว่า "ฉีดยาที่ข้อเข่าหรือหลัง" แต่ทำไมอาการดันไปออกที่ "กะบังลม" จนสะอึกจนตัวโยนเสียอย่างนั้น วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังครับว่า อาการสะอึกหลังฉีดยาสเตียรอยด์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะจัดการกับมันยังไงดี


เรื่องเล่าจากคนไข้: "คุณประพันธ์กับอาการสะอึกข้ามคืน"

คุณประพันธ์ อายุ 55 ปี มาพบหมอด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หมอจึงพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทเพื่อลดการอักเสบ หลังจากฉีดเสร็จคุณประพันธ์ก็กลับบ้านด้วยอาการปวดที่ทุเลาลง

แต่พอตกดึก คุณประพันธ์เริ่มมีอาการ "สะอึก" ตอนแรกก็คิดว่าคงแค่สำลักน้ำ แต่ผ่านไป 3 ชั่วโมงก็ยังไม่หาย จนเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังสะอึกต่อเนื่องจนเริ่มเพลียและเจ็บหน้าอก ภรรยาจึงรีบพามาหาหมอเพราะกลัวว่าจะเป็นอาการทางสมองหรือหัวใจ แต่จริง ๆ แล้วมันคือผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ยาสเตียรอยด์นั่นเองครับ


ทำไมฉีดยาแล้วถึงสะอึก? 

ปกติการสะอึกเกิดจากการที่ "กะบังลม" (กล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างอกกับท้อง) เกิดการหดตัวกะทันหันแบบที่ควบคุมไม่ได้

ลองจินตนาการว่า "เส้นประสาทที่คุมกะบังลม" เหมือนสายไฟที่สั่งการให้เราหายใจเข้าออกตามปกติ แต่พอเราฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไป ยาตัวนี้อาจไป "สะกิด" หรือรบกวนสัญญาณไฟฟ้าของสายไฟเส้นนี้ชั่วคราว ทำให้สายไฟช็อตและส่งสัญญาณสั่งให้กะบังลมกระตุกถถี่ ๆ จนกลายเป็นอาการสะอึกต่อเนื่องนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของอาการสะอึกจากยา (Steroid-Induced Hiccups)

อาการสะอึกจากการฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid-Induced Hiccups) คือภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่อาจสร้างความรำคาญใจอย่างมาก

  • โรคคืออะไร: เป็นการหดตัวผิดปกติของกะบังลมที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroids)

  • สาเหตุ: ยาจะไปกระตุ้นตัวรับสัญญาณในสมองหรือไปรบกวนเส้นประสาทที่ชื่อว่า Phrenic Nerve และ Vagus Nerve ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกะบังลม

  • อาการ: มักเริ่มมีอาการภายใน 6-24 ชั่วโมงหลังได้รับยา และอาจสะอึกต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการ

  1. เพศชาย: งานวิจัยพบว่าผู้ชายมีโอกาสสะอึกจากสเตียรอยด์สูงกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด

  2. ปริมาณยา: การใช้สเตียรอยด์ขนาดสูง (High Dose) มีโอกาสกระตุ้นให้เกิดอาการมากกว่า

  3. ชนิดของยา: ยาบางกลุ่ม เช่น Dexamethasone หรือ Methylprednisolone มักพบความเชื่อมโยงกับอาการสะอึกบ่อยกว่าตัวอื่น

  4. ตำแหน่งที่ฉีด: การฉีดเข้าข้อใหญ่ ๆ หรือเข้าโพรงประสาทสันหลังมีรายงานการเกิดได้มากกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั่วไป

  5. ประวัติส่วนตัว: คนที่เคยสะอึกง่ายอยู่แล้ว มักจะมีโอกาสเกิดอาการได้บ่อยกว่า


การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมีอาการสะอึกหลังฉีดยา หมอจะทำการประเมินดังนี้ครับ

  • การตรวจร่างกาย: เพื่อแยกแยะว่าการสะอึกไม่ได้มาจากสาเหตุอันตรายอื่น เช่น โรคทางสมองหรือภาวะหัวใจขาดเลือด

  • ซักประวัติยา: ตรวจสอบช่วงเวลาที่ฉีดยาและชนิดของยาที่ได้รับ

  • การตรวจเลือด: ในบางกรณีอาจตรวจเพื่อดูระดับเกลือแร่ในร่างกายที่อาจผิดปกติจนทำให้สะอึก

  • MRI หรือ Chest X-ray: จะทำเฉพาะเมื่ออาการสะอึกรุนแรงมากและไม่หายขาด เพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อไปเบียดเส้นประสาทกะบังลมหรือไม่


แนวทางการรักษา

ส่วนใหญ่แล้วอาการสะอึกจากสเตียรอยด์จะหายไปเองเมื่อระดับยาในเลือดลดลง แต่หากเป็นมากเราจะดูแลตามขั้นตอนดังนี้ครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: พยายามผ่อนคลาย ไม่เครียด เพราะความกังวลจะยิ่งทำให้สะอึกรุนแรงขึ้น

  2. เทคนิคพื้นฐาน: การกลั้นหายใจสั้น ๆ, การดื่มน้ำเย็นจัดเร็ว ๆ หรือการกลืนน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทในคอหอย

  3. การใช้ยาแก้สะอึก: หากสะอึกจนนอนไม่ได้ หมออาจพิจารณาจ่ายยาเฉพาะทาง เช่น Chlorpromazine หรือ Baclofenเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและระงับสัญญาณประสาทชั่วคราว

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: (พบได้น้อยมาก) หากสะอึกรุนแรงจนหายใจลำบาก อาจต้องปรึกษาวิสัญญีแพทย์เพื่อฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกะบังลม

  5. การหลีกเลี่ยงในครั้งหน้า: หากเคยมีประวัติสะอึกรุนแรง หมอจะเปลี่ยนชนิดของสเตียรอยด์เป็นตัวที่อ่อนลง หรือใช้วิธีการรักษาอื่นแทนในการฉีดครั้งถัดไป


พยากรณ์โรค

ข่าวดีคือ "โรคนี้หายขาดได้ 100%" ครับ เมื่อร่างกายขับยาออกมาหมด อาการสะอึกจะค่อย ๆ จางไปเอง ส่วนใหญ่มักใช้เวลาไม่เกิน 2-3 วัน และไม่มีผลเสียในระยะยาวต่อสุขภาพครับ


ภาวะแทรกซ้อน

หากสะอึกต่อเนื่องนานเกินไป (เกิน 48 ชั่วโมง) อาจนำไปสู่ปัญหานี้ได้:

  • อ่อนเพลียจากการไม่ได้นอน

  • อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหน้าท้องและซี่โครง

  • ความอยากอาหารลดลง หรือสำลักอาหาร

  • ความเครียดและวิตกกังวล


5 วิธีป้องกัน (สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติ)

  1. แจ้งแพทย์ทุกครั้ง: ว่าเคยสะอึกหลังฉีดยา เพื่อให้หมอปรับสูตรยาให้เหมาะสม

  2. เริ่มจากขนาดยาที่ต่ำ: ใช้ยาเท่าที่จำเป็นต่อการรักษา

  3. เลี่ยงชนิดยาที่เสี่ยง: เปลี่ยนไปใช้สเตียรอยด์กลุ่มอื่นที่มีรายงานการสะอึกน้อยกว่า

  4. พักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายที่พักผ่อนน้อยจะมีระบบประสาทที่ไวต่อการกระตุ้นมากกว่าปกติ

  5. สังเกตอาการเร็ว: หากเริ่มสะอึกถี่ ๆ ให้รีบจิบน้ำเย็นจัดทันทีเพื่อสกัดอาการเริ่มต้น


Q&A Section

Q: สะอึกหลังฉีดยาสเตียรอยด์ อันตรายถึงตายไหม? A: ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตครับ แต่อาจสร้างความรำคาญและทำให้เพลียจากการนอนไม่หลับเท่านั้น

Q: ต้องไปล้างท้องหรือขับยาออกไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ร่างกายจะขจัดยาสเตียรอยด์ออกทางตับและไตตามธรรมชาติเอง

Q: สะอึกนานแค่ไหนถึงควรกลับมาหาหมอ? A: หากสะอึกนานเกิน 24 ชั่วโมง หรือเริ่มมีอาการปวดท้อง เจ็บหน้าอกรุนแรง ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อรับยาแก้สะอึกครับ


สรุป

  1. อาการสะอึกหลังฉีดยาสเตียรอยด์เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ โดยเฉพาะในผู้ชาย

  2. เกิดจากการที่ยาไปรบกวนสัญญาณประสาทที่ควบคุมกะบังลมชั่วคราว

  3. ส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 1-3 วัน เมื่อยาหมดฤทธิ์

  4. การจิบน้ำเย็นจัดที่ได้ผลดี

  5. หากอาการรุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ แพทย์มียาที่สามารถหยุดอาการสะอึกได้ทันที

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#สะอึก #ผลข้างเคียงสเตียรอยด์ #ฉีดยาแก้ปวด #ปวดหลัง #ปวดเข่า #กระดูกและข้อ #ชามือ #ออฟฟิศซินโดรม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #Hiccups #SteroidSideEffects #Orthopedics #PatientCare #MedicalKnowledge


References

  1. Dickerman RD, Overby C, Eisenberg M, et al. The steroid-induced hiccup: a review of the literature. Spinal Cord. 2003;41(2):134-135. (การทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับอาการสะอึกที่เกิดจากการใช้สเตียรอยด์และกลไกการเกิด)

  2. Lee GW, Oh SY, Kang MH, et al. Effectiveness of changing from dexamethasone to methylprednisolone to prevent dexamethasone-induced hiccup. J Pain Symptom Manage. 2013;45(6):1112-1114. (การศึกษาเรื่องการเปลี่ยนชนิดของสเตียรอยด์เพื่อป้องกันการเกิดอาการสะอึกในคนไข้)

  3. Thompson DF, Brooks KG. Steroid-induced hiccups. Ann Pharmacother. 1992;26(5):589-591. (รายงานวิจัยเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างปริมาณยาสเตียรอยด์ที่ได้รับกับการเกิดอาการสะอึก)

  4. Steger M, Schneemann M, Fox M. Systemic review: the aetiology and pharmacological treatment of hiccups. Aliment Pharmacol Ther. 2015;42(9):1037-1050. (บทความวิชาการสรุปสาเหตุและการรักษาอาการสะอึกด้วยยาในรูปแบบต่าง ๆ)

  5. Walker P, Watanabe S, Bruera E. Hiccups: a review. J Pain Symptom Manage. 1998;16(4):251-263. (ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับอาการสะอึกในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองและการใช้ยา)

Comments

Popular posts from this blog

ก่อนจะควักเงินพันซื้อ "คอลลาเจนบำรุงข้อ" อ่านโพสต์นี้ก่อน! มันดีจริงไหม? หรือแค่โฆษณาชวนเชื่อ? เทียบกันหมัดต่อหมัดระหว่าง "รุ่นเก๋า" (กลูโคซามีน) vs "รุ่นใหม่" (คอลลาเจน)

กินยาแก้ปวดเส้นประสาทนานๆ เสี่ยงอัลไซเมอร์จริงไหม? คลายข้อสงสัยเรื่อง Gabapentin

ฉีดสเตียรอยด์แล้วสะอึกไม่หยุด" เรื่องแปลกที่เจอจริง แต่หลายคนไม่กล้าบอกหมอ!